
ร้อยไหมก้างปลา
ปัจจุบันคนนิยม ร้อยไหมก้างปลา กันมากขึ้นครับ เพื่อแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย เช่น หน้าตก แก้มตก คิ้วตก เพราะเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด เห็นผลทันทีหลังทำ และยังเจ็บน้อยกว่าเมื่อเทียบการผ่าตัดดึงหน้า
ถ้าลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหมของแต่ละคลินิก จะเห็นครับว่านอกจากร้อยไหมก้างปลา ยังมีไหมอื่น ๆ อีกหลายชื่อ เช่น ไหมเงี่ยง ไหมละลาย เป็นต้น ก่อนตัดสินใจร้อยไหมดีไหม ? ร้อยไหมก้างปลา เหมาะกับใคร ? อยู่ได้นานไหม ? มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ? มีผลข้างเคียงไหม ? ไหมก้างปลา ราคาเท่าไร ? คนไข้ยังต้องรู้จักเส้นไหมที่นำมาร้อยด้วยครับ ติดตามได้ในบทความนี้เลยครับ
สารบัญ ร้อยไหมก้างปลา
ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร ?
ร้อยไหมก้างปลา คือ การใช้เข็มนำเส้นไหมละลาย ปัจจุบันนิยมใช้ไหมก้างปลาที่มีเงี่ยง สอดลงในชั้นผิวหนัง หากร้อยด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ผิวจะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นตามทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไป สามารถยกหน้า ยกแก้มที่หย่อนคล้อยได้ทันที และยังกระตุ้นให้เซลล์ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง บางคลินิกเรียกร้อยไหมดึงหน้า ร้อยไหมยกกระชับ ร้อยไหมปรับรูปหน้าเรียว ขึ้นอยู่กับว่าต้องการผลลัพธ์อย่างไร หลังทำเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันทีครับ
ร้อยไหมก้างปลา ช่วยอะไรบ้าง ?
- ยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย
- ปรับรูปหน้าเรียว วีเชฟ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน
- ยกคิ้ว ยกหางตาตก ลดริ้วรอยตีนกา
- เสริมจมูกโด่ง ดีดปลายจมูกพุ่ง เก็บปีกจมูก
- ปรับโหงวเฮ้ง เสริมการงาน การเงิน
ไหมเงี่ยง ไหมก้างปลา ไหมละลาย แตกต่างกันอย่างไร ?
ทั้งไหมเงี่ยง ไหมก้างปลา และไหมละลาย เป็นไหมชนิดเดียวกันครับ แต่จะแตกต่างกันที่ลักษณะของเส้นไหม วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหม คุณภาพเส้นไหม ซึ่งส่งผลต่อราคาและระยะเวลาอยู่ได้นาน
ด้วยความที่ลักษณะของเส้นไหมเป็นไหมเงี่ยงคล้ายกับก้างปลา หมอจึงเรียกว่าไหมก้างปลา เพื่อใช้อธิบายให้คนไข้เข้าใจง่ายขึ้น และไหมก้างปลาก็จัดอยู่ในกลุ่มไหมละลาย (Absorbable Sutures) ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ผ่านการรับรองจาก อย.ไทยว่ามีความปลอดภัย เป็นไหมชนิดเดียวกับที่ใช้เย็บแผลเวลาผ่าตัด

ไหมก้างปลา ไหมล็อค 8d ไหมทอร์นาโด ไหมกุหลาบ แตกต่างกันอย่างไร ?
ในทางการแพทย์ชื่อไหมต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น ไหมก้างปลา ไหมล็อค 8d ไหมทอร์นาโด ไหมกุหลาบ ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากครับ ทั้งหมดเป็นไหมเงี่ยง (Bidirectional Barbed Thread) ทั้งสิ้น แต่ละคลินิกตั้งชื่อให้แตกต่างกันด้วยเหตุผลทางการค้า เปรียบเทียบราคากันได้ยากครับ
หมอแนะนำให้คนไข้ดูลักษณะของเส้นไหมเป็นหลัก หรือสอบถามกับคลินิกเพิ่มเติมครับว่าเป็นไหมละลายแบบไหน
ชนิดของเข็ม ชนิดของไหม และขนาดของเส้นไหมก้างปลา
ชนิดของเข็มร้อยไหมก้างปลา มีทั้งเข็มแหลม เข็มทู่ เข็ม L และเข็มตัด แต่ละชนิดมีจุดเด่นแตกต่างกัน

- เข็มแหลม (Sharp Needle) จะตัดผ่านเนื้อคล้าย ๆ การใช้มีดคม ๆ ตัด เจ็บน้อยกว่า บวมน้ำน้อยกว่าบวมเลือด โดยเส้นเลือดเล็ก ๆ ที่โดนตัดผ่านจะสมานได้ไวกว่าการใช้เข็มทู่ แต่ถ้าโดนเส้นเลือดใหญ่ก็จะมีโอกาสบวมเลือดได้ การใช้เข็มแหลมต้องอาศัยประสบการณ์และความระมัดระวังของแพทย์สูง
- เข็มทู่ (W-Type Blunt) มีโอกาสเกิดการบวมช้ำได้ เข็มจะผ่านเนื้อโดยการฉีกออกคล้าย ๆ การใช้มีดทื่อ ๆ ตัด จะเจ็บมากกว่าเข็มแหลม สามารถหลบเส้นเลือดใหญ่ ๆ ได้ แต่หากโดนเส้นเลือดเล็ก ๆ ก็ยังขาดอยู่ดีครับ ในการร้อยไหมเข็มทู่ที่ใช้จะใหญ่กว่าเข็มทู่ที่ใช้ฉีดฟิลเลอร์ จึงมีอาการบวมช้ำเยอะกว่า
- เข็มตัด (Bullet-Type Blunt) เป็นเข็มแบบกึ่งแหลม กึ่งทู่ครับ ปลายเข็มมีลักษณะคล้ายหลอด มีความคมแต่ไม่ได้แหลมเท่าเข็มแหลม
- เข็ม L (L-Type Blunt) เป็นเข็มที่ได้รับการพัฒนาต่อจากเข็มตัดอีกขั้น แต่ส่วนปลายของเข็มจะแหลมกว่าเข็มตัด
ที่ V Square Clinic มีเข็มทุกชนิดให้หมอจะเลือกใช้ให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคนครับ ชนิดของไหมก้างปลา แยกตามวัสดุได้เป็น 3 ชนิด คือ PDO, PLLA, PCL โดยวัสดุทั้ง 3 ชนิด ผ่านการรับรองจาก FDA ว่ามีความปลอดภัย

- PDO (Polydioxanone) มีความยืดหยุ่นมาก อ่อนนิ่ม ไม่หัก ไม่เปราะ เวลาร้อยไหมเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกระคายเคือง
- PLLA (Poly-L-Lactic Acid) มีความแข็ง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี แต่ข้อเสียคือเปราะหักง่าย
- PCL (Polycaprolactone) มีความยืดหยุ่นและมีส่วนผสมของ PLLA ในสัดส่วนที่เหมาะสม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น
ขนาดของเส้นไหมก้างปลา ไหมก้างปลาในคลินิกทั่วไปจะมีขนาด USP 3/0, 2/0 ที่ V Square Clinic หมอจะเลือกใช้ไหมก้างปลาเส้นที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้ คือ USP2, USP1, USP0

วิธีดูขนาดของเส้นไหมก้างปลา ยังสามารถสังเกตได้จาก สีของเข็มที่ใช้ร้อยไหมก้างปลาด้วยครับ

- เข็มสีเทา 27G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 5-0
- เข็มสีส้ม 25G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 4-0
- เข็มสีฟ้า 23G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 3-0
- เข็มสีเขียว 21G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP 2-0 คลินิกทั่วไปนิยมใช้ เพราะเข็มมีขนาดเล็ก ร้อยง่าย ไม่ต้องใช้ความชำนาญสูงก็ทำได้ ทำให้เกิดการบวมช้ำน้อย เพียงแต่ไหมจะเส้นเล็กและอยู่ได้ไม่นาน
- เข็มสีเหลืองอ่อน 20G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP0
- เข็มสีน้ำตาล 19G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP1
- เข็มสีชมพู 18G ใช้ในการร้อยไหมขนาด USP2 ใช้ร้อยไหมที่มีขนาดใหญ่ เช่น ไหม PCL ซึ่งในปัจจุบันเป็นไหมก้างปลาเส้นใหญ่ที่สุด
ร้อยไหมก้างปลาทำอย่างไร ?
หมอจะใช้เข็มนำเส้นไหม (จำนวนเส้นไหมขึ้นอยู่กับที่หมอประเมิน) มาร้อยเป็นเครือข่ายบริเวณใต้ผิวหนัง เส้นไหมจะมีเงี่ยงเหมือนก้างปลา ทำให้เมื่อดึงไหมขึ้น เงี่ยงจะเกี่ยวผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้นได้ทันที เทคนิคการร้อยขึ้นอยู่กับหมอแต่ละคนครับ เช่น ร้อยไหมหน้าเรียว จะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่าง และจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับครับ
ไหมก้างปลา ทำงานอย่างไร ?
บริเวณที่ร้อยไหมเข้าไปจะถูกกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ กระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้สร้างคอลลาเจนใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม มีผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย ผิวจึงดูเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดลง

ร้อยไหมก้างปลา เหมาะกับใคร ?
- คนที่ไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า เพราะกลัวเจ็บ ไม่มีเวลาพักฟื้น
- คนที่มีแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย อยากยกกระชับใบหน้า ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนที่เริ่มมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป (Older Skin) เนื่องจากจำนวนอิลาสตินในชั้นผิวลดน้อยลง
- คนที่ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ไม่มีมิติ กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการปรับรูปหน้าเรียว V-Shape มากขึ้น
- คนที่ยังมีอายุไม่เยอะ (Younger Skin) แต่รูปหน้ามีความหย่อนคล้อย ก็สามารถร้อยไหมก้างปลา เพื่อช่วยยกกระชับ กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูเต่งตึง เรียบเนียน
ร้อยไหมก้างปลา อันตรายไหม ?
ร้อยไหมก้างปลามีความปลอดภัยครับ ถ้าร้อยไหมกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการร้อยไหมที่ถูกต้อง เลือกชนิดไหม เข็มที่ใช้ร้อยไหม และจำนวนเส้นไหมได้เหมาะสม
อันตรายจากการร้อยไหม เช่น ผิวบวมแดง รู้สึกเจ็บ มีหนองบริเวณที่ร้อยไหม จะเกิดจากการติดเชื้อ พบในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้เส้นไหมที่ไม่มีคุณภาพ มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคในขั้นตอนร้อยไหม

ข้อดี-ข้อเสียของการร้อยไหมก้างปลา
ข้อดีของการร้อยไหมก้างปลา
- ช่วยลดความหย่อนคล้อย ผิวตึงกระชับขึ้นทันที
- ช่วยปรับรูปหน้าเรียว V shape
- ช่วยประคองผิวคล้ายเส้นเอ็นบนใบหน้า
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน
- ปลอดภัย ละลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง
ข้อเสียของการร้อยไหมก้างปลา
- เสี่ยงที่จะเกิดการบวมช้ำ บวมมากขึ้นในช่วง 3-4 วันแรก หายได้เองใน 7-14 วัน
- ให้ผลลัพธ์ไม่ถาวร ระยะเวลาอยู่ได้นานขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นไหม
ข้อควรรู้และการเตรียมตัวก่อนทำการร้อยไหมก้างปลา
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหมในเบื้องต้น เช่น ชนิดของไหม ขนาดเส้นไหม เทคนิคการร้อยไหม
- งดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น Ibuprofen, Diclofenac, Ponstan 1 อาทิตย์
- งดวิตามิน St. John’s Wort, Ginkgo Biloba, Primrose Oil, Garlic, Ginseng, Vitamin E 1 อาทิตย์
- งดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม Anti-Aging 3 วัน
- งดแว็กผิว ผลัดเซลล์ผิว นวดหน้า เลเซอร์ 3 วัน
- งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายชนิด Cardio 24 ชั่วโมง
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม.
- หากมีโรคประจำตัว หรือยาที่กินเป็นประจำ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
ร้อยไหมก้างปลา ต้องใช้กี่เส้น ?
การร้อยไหมก้างปลาจะร้อยข้างละ 3-10 เส้นครับ ขึ้นอยู่กับขนาดเนื้อแก้มของคนไข้ ความแน่นของผิว จุดไหนบ้างที่คนไข้ต้องการดึง โดยจำนวนเส้นไหมของแต่ละเคสไม่เท่ากันได้ครับ หมอจะต้องประเมินสภาพผิวก่อน
ร้อยไหมก้างปลา เห็นผลจริงไหม ?
ร้อยไหมก้างปลาเห็นผลจริง และเห็นผลได้ทันทีหลังทำครับ สามารถยกกระชับผิวหย่อนคล้อย โดยเฉพาะในคนที่อายุมากขึ้น 35 ปีขึ้นไป สำหรับคนที่อายุน้อย ไม่เกิน 25 ปี ผิวยังไม่หย่อนคล้อยมาก ก็จะเห็นผลในแง่ของการปรับรูปหน้าเรียวครับ
ในกรณีผิวหนังหย่อนคล้อยมาก ๆ และมีการยุบของผิวตามวัย การร้อยไหมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยลดความหย่อนคล้อยได้ทั้งหมด สามารถร้อยไหมร่วมกับทำหัตถการอื่นๆ ได้ เช่น ฉีดฟิลเลอร์ โบท็อก หรือ Hifu ร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นครับ สามารถดูผลลัพธ์รีวิวร้อยไหมก้างปลา เพื่อประกอบการตัดสินใจ
รีวิวร้อยไหมก้างปลา






ร้อยไหมก้างปลา กี่วันเห็นผล ?
หลังร้อยไหมเห็นผลได้ทันทีหลังทำ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ผิวยกกระชับเข้าที่ 100% ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
ร้อยไหมก้างปลา ต้องทำกี่ครั้ง ? จึงจะเห็นผล
ร้อยไหมทำครั้งแรกก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงครับ ถ้าคนไข้มีผิวหย่อนคล้อยมาก หลังร้อยไหมผิวจะยกกระชับขึ้น ด้วยคุณสมบัติเด่นของไหมก้างปลาที่มีเงี่ยงคล้ายตะขอเกี่ยวผิวให้ดึงขึ้นทันที แต่ผลลัพธ์จะไม่ได้อยู่ถาวรครับ หลังจากไหมสลายหมด สามารถร้อยไหมได้เรื่อย ๆ โดยร้อยไหมซ้ำเข้าไปตามแนวเดิม จะทำให้ผิวยึดเกาะไหมได้ดีขึ้นและอยู่ได้นานขึ้นครับ
ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานไหม ? อยู่ได้กี่ปี ?
ไหมก้างปลาจะประคองผิวได้ประมาณ 4-12 เดือน ขึ้นกับวัสดุที่ใช้ในการทำเส้นไหม ชนิดของไหมเป็นหลัก รวมทั้งการดูแลตัวเองหลังร้อยไหม ก็ส่งผลต่ออายุของไหมด้วยเช่นกัน
ร้อยไหมก้างปลา หน้าบวมกี่วัน ?
หลังทำจะมีอาการตึง ๆ และบวมเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็อาจจะบวมมากขึ้นในช่วง 3-4 วันแรกในบางเคส หากร้อยไหมกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีเทคนิคการร้อยไหมที่ดีก็ยิ่งช่วยลดอาการบวมลง ซึ่งส่วนมากอาการบวมก็จะหายได้เองภายใน 7-14 วัน
ร้อยไหมก้างปลามีผลข้างเคียงไหม ?
ผลข้างเคียงหลังร้อยไหม จะเป็นในเรื่องของอาการบวม ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ และไม่เป็นอันตราย
- บวม เขียวช้ำ จากการฉีดยาชาและเลือดที่ออกใต้ผิวหนังตามแนวการสอดไหม ยุบบวมใน 7-14 วัน ทางคลินิกจะมียาแก้ปวด ลดบวมให้
- บวมเลือด มีเลือดออกในชั้นผิวหลังร้อยไหม (Hematoma) บวมน้ำ มีน้ำคั่งในชั้นผิวจากการอักเสบ (Edema) จากการใช้เข็มเพื่อนำเส้นไหมเข้าสู่ผิวครับ ยุบบวมได้เองใน 2-3 อาทิตย์
ข้อห้ามและการปฏิบัติตัวหลังทำการร้อยไหมก้างปลา
หลังร้อยไหม สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ แต่มีข้อห้ามและวิธีการปฏิบัติตัว ในช่วง 14 วันแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือกระตุ้นการอักเสบของแผลรอยเข็ม รอยช้ำหลังร้อยไหม
- ห้ามแกะ เกา หรือกดนวดบริเวณที่ทำการร้อยไหม
- ไม่ควรขยับใบหน้าเยอะ อาจทำให้ไหมเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง
- งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด เช่น RF Thermage (อย่างน้อย 1 เดือน)
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
- งดอาหารหมักดอง อาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน ๆ อาหารดิบ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ
- งดยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาแก้อักเสบบางชนิด
- งดวิตามิน เช่น กิงโกะ น้ำมันพริมโรส กระเทียม โสม และวิตามินอี
ร้อยไหมก้างปลาดีไหม ?
สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย และไม่ต้องการผ่าตัด เพราะกลัวเจ็บ ไม่มีเวลาพักฟื้น หรืออยากเห็นผลลัพธ์หลังทำเลย การร้อยไหมเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีครับ ช่วยยกกระชับผิวได้เห็นผลทันที เนื่องจากไหมก้างปลามีเงี่ยงที่สามารถเกาะกับชั้นผิวและดึงยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยขึ้นมาได้ สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้ดี ปรับรูปหน้าให้เรียว กรอบหน้าคมชัด โดยไม่ต้องผ่าตัด
ร้อยไหมก้างปลาที่ไหนดี ?
การร้อยไหมก้างปลา ต้องคำนึงถึงมาตรฐาน และความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก
V Square Clinic เป็นคลินิกร้อยไหมที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์ด้านการร้อยไหมปรับรูปหน้า ใช้เส้นไหมที่มีคุณภาพ และมีเทคนิคการร้อยไหมก้างปลา เพื่อลดอาการบวมช้ำ ได้ผลชัดเจนและเป็นธรรมชาติ สามารถนัดคิวเข้ามาปรึกษาหมอได้ที่คลินิกสาขาใกล้บ้าน หรือปรึกษาได้ทุกช่องทางออนไลน์ของคลินิก ทั้ง Line@, Fcaebook, IG, Youtube, Tiktok ได้ครับ

ร้อยไหมก้างปลาราคาเท่าไร ?
ราคาร้อยไหมก้างปลา แต่ละคลินิกอาจแตกต่างกันได้ครับ ขึ้นอยู่กับปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว เส้นไหมที่ร้อย จำนวนเส้นไหม ที่ V Square Clinic ร้อยไหมก้างปลา ราคาเริ่มต้น 8,900.- ราคาไม่แพงครับถ้าเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ ทั้งในการยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินทำผิวบริเวณที่ทำการร้อยไหมมีความกระชับขึ้น แข็งแรงขึ้น
โปรโมชั่นร้อยไหมก้างปลาที่ V Square Clinic

Q&A ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
สรุป ร้อยไหมก้างปลา
ร้อยไหมก้างปลา เป็นไหมละลายที่มีเงี่ยงเกี่ยวผิวให้ยกกระชับขึ้น ช่วยยกหน้า ปรับรูปหน้าเรียว วีเชฟ ยกคิ้ว ยกหางตาตก ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในระยะยาว เหมาะกับคนที่ไม่อยากผ่าตัด อยากได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว การร้อยไหมชนิดนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุด
แต่นอกจากนี้ยังมีชื่อไหมอื่น ๆ ที่เรียกแตกต่างกันแต่ละคลินิก ถ้าคนไข้อยากตรวจสอบว่าเส้นไหมที่นำมาร้อยเป็นไหมชนิดไหน แนะนำให้ดูลักษณะของเส้นไหมเป็นหลัก หรือสอบถามกับคลินิกเพิ่มเติมครับว่าเป็นไหมละลายแบบไหน เพื่อผลลัพธ์และความปลอดภัยครับ
สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง Inbox Facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ
